ภาษาไทย-เศรษฐกิจพอเพียงกับภาวะโลกร้อน
posted on 20 Jan 2009 22:13 by cat-wish-projectเศรษฐกิจพอเพียงกับภาวะโลกร้อน
ในสภาวการณ์ปัจจุบัน โลกของเราเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมาย แต่เรื่องที่กำลังเป็นที่ถกเถียงและมีการรณรงค์อยากมากคือ ภาวะโลกร้อน(Global Warming) หรือภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง(Climate Change) คือ การที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นจากผลของภาวะเรือนกระจกหรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อว่า Greenhouse Effect โดยภาวะโลกร้อนซึ่งมีต้นเหตุจากการที่มนุษย์ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆ, การขนส่ง และการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากนั้นมนุษย์เรายังได้เพิ่มก๊าซกลุ่มไนตรัสออกไซด์ และคลอโรฟลูโรคาร์บอน (CFC) เข้าไปอีกด้วยพร้อมๆ กับการที่เราตัดและทำลายป่าไม้จำนวนมหาศาลเพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่มนุษย์ ทำให้กลไกในการดึงเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปจากระบบบรรยากาศถูกลดทอนประสิทธิภาพลง และในที่สุดสิ่งต่างๆ ที่เราได้กระทำต่อโลกได้หวนกลับมาสู่เราในลักษณะของภาวะโลกร้อน เราจึงควรช่วยกันลดอัตราการเกิดภาวะโลกร้อน โดยในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับ “ภาวะเรือนกระจก” ที่เป็นเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อนมานานกว่า 20 ปีแล้ว ทรงห่วงใยปัญหาสภาวะแวดล้อมที่เกิดจากการครอบครองและใช้ทรัพยากรอย่างเกินจำเป็น และทำลายความเป็นธรรมชาติจะนำหายนะมาสู่แผ่นดินและราษฎรจะเดือดร้อน “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ที่ทรงมีพระราชดำริให้สังคมไทยใช้เป็นหลักประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและดำเนินงานต่างๆจึงได้รับความชื่นชมจากองค์การสหประชาชาติที่ได้น้อมนำไปเผยแพร่ยังนานาประเทศหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งหมายถึงการทำอะไรที่ยึดองค์ประกอบ 3 ประเด็น คือ
1.ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ คือการร่วมมือร่วมใจในการประหยัดพลังงานเพื่อลดโลกร้อน ถือเป็นส่วนที่มีการรณรงค์มากที่สุดในปัจจุบัน สามารถทำได้โดยหลายวิธี เช่น การใช้ถุงผ้า การใช้พลังงานเท่าที่จำเป็น การเดินหรือใช้จักรยานแทนการใช้รถยนต์ รู้จักใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็น แต่รู้จักความพอประมาณไม่ทำให้ตนเองหรือผู้อื่นเดือดร้อน ฯลฯ
2.ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียง จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ คือการรู้จักคิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำต่างๆของเรา เช่นการรู้จักประหยัดพลังงานโดยรู้จักความพอดี มีเหตุผล ทำในสิ่งที่เป็นไปได้หรือสิ่งที่เกินกำลังของเรา เช่น ประหยัดไฟคือการลดการใช้ไฟฟ้าแต่ไม่ใช่การไม่ใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
3.การมีภูมิคุ้มกันในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทั้งใกล้และไกล เช่น การยอมรับต่อภัยพิบัติที่มีผลกระทบจากภาวะโลกร้อนหรือสภาพเศรษฐกิจที่อาจถดถอยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นต้น
2 เงื่อนไข คือการตัดสินใจ และการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน ประกอบด้วย
1.เงื่อนไขความรู้ หมายถึง ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยงข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นตอนปฏิบัติ
2.เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต
หลักนี้จึงใช้ได้ทั้งเรื่องส่วนตัว ครอบครัว กิจการธุรกิจ รวมไปถึงการบริหารหน่วยงานระดับประเทศ ไม่จำกัดว่าเป็นคนจนหรือรวย กิจการขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่
ปัญหาของโลกที่ประเทศส่วนใหญ่ใช้ทรัพยากรและพลังงานในลักษณะซ้ำเติมธรรมชาติ จนสั่งสมปัญหาถึงขั้นวิกฤติขณะนี้ มีแต่จะต้องหวนกลับสู่วิถี “พอเพียง” กันจึงจะบรรเทาปัญหา
อุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุหลักมาจาก มนุษย์เผาผลาญเชื้อเพลิงแล้วปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน หรือก๊าซไนตรัสออกไซด์ ซึ่งจะกักเก็บความร้อนจากแสงอาทิตย์บางส่วนไว้บนโลกไม่ให้สะท้อนสู่ชั้นบรรยากาศทั้งหมด ทำให้โลกอุ่นขึ้น คล้ายกับเราอยู่ในของเรือนกระจกที่ใช้ปลูกพืช จึงเรียกว่า ปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse Effect) เศรษฐกิจโลกยิ่งขยายตัวก็ยิ่งมีการผลิตไฟฟ้า การปล่อยควันพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม และใช้รถยนต์มากขึ้น จนทำให้ระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีปริมาณมากเกินไป ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อนและเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภัยธรรมชาติต่างๆที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์บ่อยครั้งขึ้น
ประเทศที่อยู่บริเวณทวีปแถบขั้วโลกเหนือ เช่น อะแลสกา แคนาดาตะวันตก รัสเซียตะวันออกได้รับผลกระทบอย่างมากเนื่องจากการละลายของธารน้ำแข็ง ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยลดลงและระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้น
ภาวะโลกร้อนยังก่อให้เกิดภาวะอากาศแปรปรวน และส่งผลให้เกิดภัยธรรมชาติ เช่น คลื่นความร้อน พายุฝนที่รุนแรงทั้งการเกิดไฟป่าถี่ขึ้น นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบต่อสัตว์ชนิดต่างๆ โดยสัตว์อย่างน้อย 279 ชนิดกำลังพยายามย้ายถิ่นที่อยู่เพื่อหลีกเลี่ยงสภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้น รวมทั้งมีผลกระทบต่อปะการัง เมื่อเป็นปัญหานี้นับวันจะยิ่งเดือดร้อนไปทั้งโลกมากขึ้นเรื่อยๆ จึงจำเป็นต้องร่วมมือกันทั้งโลก จนถึงขนาดองค์การสหประชาชาติประชุมที่อินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.นี้ มีผู้นำรัฐบาล นักวิทยาศาสตร์ และองค์การเอกชนเกือบ 190 ประเทศเข้าร่วม นับเป็นเวทีใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และมีการกำหนดแผนระดับโลกที่ต้องการให้สหรัฐอเมริกายอมรับ เพื่อควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซ
เมื่อผลที่เกิดจากภาวะโลกร้อนกระทบต่อโลกทั้งใบที่เราอยู่แน่นอนแล้ว เราทุกคนก็ต้องร่วมมือกันแก้ทันที ด้วยการปรับจิตสำนึก ยึดหลัก “พอเพียง” เช่น การประหยัดพลังงาน ต่อต้านการทำลายป่า สนับสนุนการปลูกป่าทดแทน และลดการก่อขยะที่เป็นมลภาวะดังนั้นเราจึงสามารถร่วมมือกันเพื่อยับยั้งวิกฤตการณ์ของโลกได้ด้วยการรู้จักตนเอง รู้จักความพอเพียงพอประมาณ ซึ่งนอกจากจะทำให้สามารถพึ่งตนเองได้แล้วนั้น ยังสามารถช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกทางหนึ่งอีกด้วย

#1 By ก (113.53.166.232) on 2010-09-16 14:26